เชียงดาว.. โทษ(ส)ถานที่รู้จักกัน..

ผมมักบอกใครต่อใครว่า ถ้าเคยปีนเขาที่ไหนแล้ว ผมจะไม่ไปซ้ำ ยกเว้นบางแห่งที่พิเศษจริงๆ รวมถึง “ดอยหลวงเชียงดาว” ที่ผมได้ไปเป็นครั้งที่สอง และจะเขียนต่อไปนี้

สำหรับผม ภูเขาที่ไหนสวยที่สุดในเมืองไทย ผมจะตอบทันทีว่า “เชียงดาว” เพราะด้วยรูปทรงภูเขาที่แปลกตา ความหลากหลายของดอกไม้ แสงอาทิตย์ยามขึ้นและลง มันสร้างความประทับใจให้ผมได้ตลอดเวลาที่อยู่บนนั้น

22734820310_80d8c1a953_k

แม้ยอดเขาจะสูงถึง 2,225 เมตร หรือสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย แต่ก็เดินไม่ยากมาก ระยะทางจากจุดเริ่มต้นด้วยเส้นทางที่เรียกว่า “ปางวัว” จนถึงจุดกางเต๊นท์ “อ่างสลุง” แค่ 6.5 กม. เท่านั้น (ผมจับด้วย GPS ได้ 7.29 กม. ) อาจจะมีชันและลื่นบ้างในช่วง 2 กม. แรก แต่ถ้าพ้นจุดนั้นได้ ก็เดินสบายๆ และได้เห็นวิวสวยๆ ตระการตาแล้วหละครับ

2015-12-04 15_46_00-Tour Guide

2015-12-04 15_45_20-Google Earth

จริงๆแล้วการไปอ่างสลุงมีทางเดินอีกเส้นหนึ่งเรียกว่า “เด่นหญ้าขัด” ซึ่งว่ากันว่าเป็นทางเดินที่ง่าย ไม่ชัน แต่มีระยะทางไกลกว่านิดหน่อย คือ 8.5 กม ซึ่งผมไม่เคยไปเส้นทางนั้น เลยมาเล่าไม่ได้ (แต่ลองอ่านจากบล็อกของหมอ Tongkatsu ได้ครับ) และที่น่าสนใจกว่าคือ เส้นทางเด่นหญ้าขัด มีผู้พบเห็นดอกเทียนนกแก้วมากกว่าเส้นทางปางวัว (ดอกเทียนนกแก้วคืออะไร ทำไมต้องหาดู ไว้ผมจะเล่าต่อไปนะ)

2015-12-04 15_43_48-Google Earth

แต่เดิม ตามตำนานเมืองเชียงใหม่ ที่นี่ชื่อว่า “ดอยอ่างสลุง” เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมากับพระอรหันต์ 8 องค์ ทรงลงสรงน้ำในสลุงทองคำ จึงเรียกบริเวณนั้นว่าอ่างสลุง ปัจจุบันเป็นจุดกางเต๊นท์พักแรมของนักท่องเที่ยว (ผมไม่พบว่ามีร่องรอยสระน้ำตรงไหนบริเวณอ่างสลุง และไม่มีแหล่งน้ำใดๆบนดอยหลวงเชียงดาว ดังนั้นเวลาไปที่นี่ ต้องเตรียมน้ำไปให้พอเพียง)

และที่นี่เอง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ มีเทวดาอาศัยอยู่ จึงทำให้ภูเขา ต้นไม้ สัตว์ป่า ยังสมบูรณ์อยู่มาก ทุกคนยังเคารพรักและดูแลด้วยดี ดังนั้น เราผู้เป็นคนนอก ก็ควรให้ความเคารพ และดูแลดอยหลวงเชียงดาวด้วยเช่นกัน

ครั้งแรกที่ผมไป จุดนัดรวมตัวอยู่ที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ส่วนมากจะไปกันที่นั่น ซึ่งห้องน้ำมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ครั้งนี้ผมได้ไปที่ค่ายเยาวชนเชียงดาว ซึ่งค่อนข้างเงียบๆ ไม่มีคนไป และห้องน้ำเยอะพอสมควร ทำธุระได้สบายเลย (ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าต้องขออนุญาตใครก่อนหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าไกด์ผู้นำทริปคงประสานงานขอสถานที่ไว้แล้ว)

2015-11-06 003
วิวตรงค่ายเยาวชนเชียงดาว

2015-11-13 080ต้องนั่งรถกระบะต่อไปจุดเริ่มเดินที่ปางวัว

2015-11-06 011วิวระหว่างทางที่นั่งรถ

2015-11-06 020
ตรงจุดเริ่มเดิม ไกด์จะแจกข้าวกลางวันและน้ำสำหรับไว้กินระหว่างทาง

2015-11-06 026
สัมภาระบางอย่าง เช่นอุปกรณ์ทำอาหาร จะให้ลูกหาบแบกไป

2015-11-06 027
แผนที่ของเชียงดาวทั้งหมด บอกชื่อของแต่ละจุดไว้ ซึ่งจำไว้บ้างก็ดีนะครับ เผื่อไว้เป็นจุดนัดพบกัน จะได้เข้าใจตรงกัน (ปีที่แล้วผมมาไม่มี)

2015-11-06 028
ป้ายต้อนรับทางฝั่งเส้นทางปางวัว บอกระยะทางไว้ 6,500เมตร แต่เผื่อใจหน่อยนะครับ ไกลกว่านั้นนิดนึง

2015-11-06 030ป๋าคมรัฐ เป็นผู้นำทีมในครั้งนี้ กำลังอธิบายเส้นทาง และการเตรียมพร้อม

แต่ไม่ว่าจะรวมตัวกันจุดไหน ก็ต้องนั่งรถกะบะต่อไปยังจุดเริ่มต้นเดินทาง ซึ่งถ้าไปทางปางวัวจะใช้เวลานั่งรถประมาณ 20-30 นาที ณ จุดนั้นเราจะพบกับลูกหาบ รับห่อข้าวกลางวัน น้ำดื่ม และจัดแจงสิ่งของเพื่อเตรียมเดินทางสู่ยอดเชียงดาวกัน

เส้นทางปางวัวในช่วงแรก อย่างที่บอกครับ จะชันมากและพื้นเป็นดินร่วนอัดแน่น  เดินเลาะไปตามหน้าผาเรื่อยๆ บางช่วงทางจะแคบ และก่อนหน้าที่ผมมา 1-2 วัน มีฝนตกหนัก เลยทำให้พื้นเป็นโคลนทั้งหมด รองเท้าดีแค่ไหนก็ลื่นหละครับ ต้องเดินระมัดระวังมากๆ ถ้ามีไม้เท้าช่วยก็จะดีมาก (แต่ถึงฝนไม่ตกและพื้นไม่ลื่น การพกไม้เท้าไว้ก็ช่วยได้ดีครับ)

2015-11-06 034ช่วงแรกๆของปางวัวยังเดินสบายครับ

2015-11-06 046
เดินมาประมาณ 1 กม จะเริ่มเจอทางชัน ช่วงที่ผมไป ฝนเพิ่งตก ทางเลยเป็นดินโคลน ลื่นกันสนุกสนาน

2015-11-06 045ระหว่างทางขึ้นตรงปางวัว เนินที่เห็นไกลๆโล้น คือที่ตั้งของบ้านระเบียงดาว เกสเฮ้าส์ยอดฮิต ณ เพลา นี้

เมื่อพ้นเส้นทางชันจากปางวัวมาแล้ว จะเป็นทางลาดลงป่าไผ่และป่ากล้วย ไปจนถึงป้ายสามแยกที่บรรจบของเส้นทางปางวัว, เส้นทางเด่นหญ้าขัด และเส้นทางไปอ่างสลุง ซึ่งตรงนี้เองจะเริ่มพบดอกไม้ ต้นไม้ สวยๆ ให้เราได้ถ่ายรูปกัน โดยเฉพาะ “ดอกเทียนนกแก้ว”

2015-11-06 049หลุดจากปางวัวมา จะเริ่มเข้าป่าทีบหน่อย แล้วเป็นป่ากล้วย

2015-11-06 063
สามแยกที่เส้นทางปางวัวกับเด่นหญ้าขัดมาบรรจบกัน เพื่อมุ่งหน้าไปจุดกางเต็นท์อ่างสลุง

2015-11-06 075ประมาณกิโลเมตรที่ 6 เราแวะทานข้าวกันที่นี่ ก่อนจะโผล่ไปทุ่งหญ้าคา จุดที่ไม่มีต้นไม้ร่มๆให้เราพักเลย

ดอกเทียนนกแก้ว เป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่ง รูปร่างของดอกจะคล้ายกับนกแก้ว สีม่วงๆแดงๆผสมขาว ใหญ่สัก 2นิ้ว และมีเพียงแค่บนดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น พบได้ตามใต้ร่มไม้หรือบริเวณโขดหิน (ด้วยขนาดที่เล็กๆ ต้องสังเกตดีๆ) ดังนั้นคนทั่วไปจึงไม่มีโอกาสได้เห็นของจริง นอกจากต้องเข้าป่าเดินมาดูเองที่นี่ โดยมันมีอายุอยู่ได้แค่ 7-10 วัน และจะบานช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน เท่านั้น จึงเป็นเหตุผลให้นักท่องเที่ยวนิยมมากันช่วงนี้ เพื่อมาดูเทียนนกแก้วบานสะพรั่ง (เทียนนกแก้วเป็นพันธุ์ไม้ต้องห้าม ห้ามทำการส่งออกนอกประเทศ หรือย้ายถิ่นฐาน ถือว่าผิดกฎหมาย)

2015-11-06 056
สวยป่ะล่ะ อยากเห็นของจริง ต้องเดินมาดูกับตาครับ

2015-11-08 011เทียนนกแก้วมาเป็นคู่เลย

ย้ำอีกที สำหรับคนอยากเห็นเทียนนกแก้ว เมื่อเดินถึงช่วงป่ากล้วยเป็นต้นมา พยายามหันซ้ายหันขวา มองหน้าหลังดูดีๆ  ซึ่งปีที่แล้วผมไปเดือนธันวาคมก็ยังพอมีให้พบอยู่ 7 ดอก! ส่วนปีนี้ผมเห็นหลายดอก และส่วนมากยังบานไม่เต็มที่ด้วย แต่ก็มีคนบอกว่ายังน้อยนักถ้าเทียบกับปีก่อนๆ

“เทียนนกแก้ว” มันเป็น Rare Item แห่งชาติเชียวนะครับ

เมื่อเดินผ่านช่วงป่ากล้วยมาแล้ว จะเจอทุ่งหญ้าคา และเดินท่ามกลางแดดร้อนๆ ยาวไปจนถึงอ่างสลุง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้ชื่นใจคือ วิวสองข้างทางจะอลังการงานสร้าง เพราะเป็นกำแพงภูเขาหินปูนสูงตระหง่านโอบล้อมเรา มองไปทางไหนก็สวยครับ ยิ่งถ้าเจอหมอกละเลียดยอดเขาจะสวยมากๆ

2015-11-06 094
ทุ่งหญ้าคา ร้อนแต่สวย เดินมาถึงตรงนี้ อย่าลืมหันหลังกลับไปมองนะครับ

2015-11-06 107ก้มหน้าหลบแดดกันเป็นแถว

แถวนี้เองจะมี Rare Item อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยรู้ คือ ซากฟอสซิลหอยล้านปี มันจะอยู่บนหินแบนๆ ที่ดูแล้วน่าไปยืนเหยียบถ่ายรูป (แต่อย่าทำเลยครับ และระวังเหยียบด้วย เพราะเดี๋ยวรอยมันจางเร็วกว่าปกติ รุ่นลูกรุ่นหลานจะมองไม่เห็น) ซึ่งจุดสังเกตที่ตั้งของหอยคือตรงนั้นจะมีหินก้อนใหญ่เป็นกำแพงเตี้ยๆคล้ายบังเกออยู่ ก้มมองต่ำๆที่หินระแวกนั้น เดี๋ยวจะเจอรอยขดๆเหมือนหอย ตามภาพนั่นเอง

10403492_10154936973955644_6284888108060130558_nขนาดไม่ใหญ่มาก และจางๆ อาจจะต้องพรมน้ำหน่อย ให้รอยฟอสซิลมันโผล่

เจอหอยแล้ว เดินมาอีกไม่นานก็จะถึงอ่างสลุง ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์ของทุกทีม และที่นี่เองมีเต็นท์ของลูกหาบที่เราเรียกกันว่า 7-Eleven เพราะว่ามีน้ำอัดลม เบียร์ ขนม ขาย โดยน้ำอัดลมสนนราคาที่ 3 กระป๋อง 100 บาท ส่วนเบียร์ 50-60 บาท เลย์ห่อละ 30 บาท ดังนั้นพกเงินไปด้วยนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ฮ่าๆ

2015-11-06 1107-Eleven สาขาเชียงดาว คนแถวนั้นเรียกกันแบบนี้นะครับ เก๋ไก๋ไหมล่ะ อิอิ มีอยู่สองสามร้าน ราคาพอๆ กัน ถ้าของหมด มีเติมใหม่ทุกวัน

2015-11-06 111
จุดที่ตั้งเต็นท์ของเรา ทางลูกหาบได้มากางรอไว้อยู่แล้ว อยู่ในหุบก่อนขึ้นยอด ส่วนตัวมาก แต่ก็หนาวมาก เพราะไม่โดนแดดเลย ข้อดีคือ นอนกลางวันโครตสบาย ไม่อบอ้าว

ที่บริเวณอ่างสลุงค่อนข้างวุ่นวาย และมีทางเดินหลายเส้น เต็นท์ก็กางกระจัดกระจาย ดังนั้นพยายามจำจุดกางเต็นท์ของตัวเองไว้ให้ดีๆ โดยเฉพาะเวลาเดินทางมืดๆ อาจสับสนทิศได้ (กลุ่มเต็นท์ผมอยู่ใกล้ๆทางขึ้นยอดดอย มีคนหลงมาถามทางกลับเต็นท์อยู่บ่อยๆ)

จากจุดเริ่มปางวัวถึงอ่างสลุง จะใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง (แล้วแต่ฝีเท้าแต่ละคน) ถึงประมาณบ่ายโมงกว่า และเราเริ่มเดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาวตอน 16:00น. โดยจะใช้เวลาประมาณ 20-30นาที ก็ถึงยอดดอย ซึ่งระหว่างทาง พระอาทิตย์เริ่มเป็นสีทองบ้างแล้ว ผมคิดว่าหากใครอยากดูพระอาทิตย์ตกสวยๆ ควรขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว หรือก่อนหน้าเล็กน้อย เพื่อไปจับจองจุดถ่ายรูป และดูได้อย่างเต็มตา (อย่าลืมพกไฟฉายหรือไปฉายคาดหัวไปด้วยนะครับ ขากลับมันมืด และหินค่อนข้างแหลม)

2015-11-06 116
ทางเดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาว ก็หาที่ร่มๆให้หลบแดดแทบไม่ได้เลย ถ้ารีบขึ้นไปแต่บ่าย ควรพกร่ม พกหมวกไปด้วยนะครับ

2015-11-06 119แดดเปรี้ยงมาก แต่ก็เพราะฟ้าเป็นแบบนี้แหละ ถึงจะสวย

พระอาทิตย์ตกในวันแรกที่ผมไป สวยงามมากๆ มีลำแสงลอดเมฆออกมาส่องทิวเขาได้อย่างพอดิบพอดี (เพื่อนสูงวัยของเราคนหนึ่งเรียกว่า “แสงเฮ้ากวง”) มันสวยกว่าปีที่แล้วที่ผมมา และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยที่สุดที่ทุกคนเคยมาเชียงดาว

22301770943_eda3e139b3_kบนยอดดอย มีป้ายไว้ให้ถ่ายกัน เพื่อบอกว่าฉันได้มาพิชิตแล้ววววว

22933858861_5532b79c28_kยอดเขาสามพี่น้อง กับแสงเฮ้ากวงสวยๆ ลอดผ่านเมฆ

22933843701_07e16d8da0_kแสงสุดท้ายของวัน บนยอดเชียงดาว

22909272302_44e1d5f976_k ลาก่อน พระอาทิตย์

คืนนั้นเราจะอยู่ถ่ายดาวและทางช้างเผือกกัน แต่ฟ้าไม่อำนวย เมฆและหมอกมีประปราย เราเลยเดินลงมากันประมาณ 1 ทุ่มเพื่อกินข้าวและพักผ่อน เตรียมตื่นเช้าไปดอยกิ่วลม

ซึ่งปกติทริปมาตรฐานจะจัดกันประมาณนี้นะครับ วันแรกขึ้นยอดดอยหลวงเพื่อดูพระอาทิตย์ตก เช้ามืดวันที่สองขึ้นยอดดอยกิ่วลมดูทะเลหมอกและดอกไม้ ดังนั้นต้องเผื่อแรงไว้ดีๆ โดยเฉพาะคนเพิ่งเริ่มเดินป่า ให้พกยาทาแก้ปวด และยาคลายกล้ามเนื้อไปกินด้วย จะช่วยได้เยอะครับ

2015-11-06 308เต็นท์กลางสำหรับกินข้าว ทำอาหาร กัน

เช้าวันที่สองเราเริ่มออกเดินกันตอนตี 4:30 เพื่อไปดอยกิ่วลม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเส้นทางนี้จะโหดกว่าขึ้นยอดดอยหลวง ชันกว่า ลื่นกว่า และมีหินแหลมคมตลอดทาง ดังนั้นควรพกถุงมือติดไปด้วยเอาไว้ปีนป่าย จับต้นไม้ จับหิน จะได้สะดวก (ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้ใช้ไม้เท้านะ ทางมันแคบ อาจจะเกะกะมากกว่า และมันก็พอมีจุดให้เราจับประคองตัวเองได้เรื่อยๆ เช่น ต้นไม้ หิน)

2015-11-07 004
เตรียมตัวเดินทางกัน ไฟฉายคาดหัว เป็นอะไรที่ควรมีนะ มือจะได้ว่างๆ จับต้นไม้ จับไม้เท้า

2015-11-07 010
ขึ้นมาถึงกิ่วลม ตรงนี้มีสัญญาณมือถือครับ (DTAC, True, AIS) และเน็ตแรงเลยหละ นั่งเล่นรอพระอาทิตย์ อิอิ

2015-11-07 021พอแสงเริ่มมา ก็เห็นว่าคนเยอะเหมือนกันนะ

2015-11-07 027
มีเสริฟกาแฟ โอวัลติน แล้วก็ขนมปัง ระหว่างชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้น

2015-11-07 030หาทำเลถ่ายภาพ ค่อนข้างหาพื้นที่ราบได้น้อย ต้องเข้าไปในดงและตามซอกหิน

2015-11-07 107เมฆแหวกเป็นช่วงๆ ให้เราได้เห็นวิวเมืองเชียงดาว

2015-11-07 038
แสงอาทิตย์เริ่มสาดแสงเป็นสีทอง

บนดอยกิ่วลมจะมีด้านตะวันตก(ฝั่งที่หันเข้าหุบเขา เห็นยอดดอยหลวง) กับด้านตะวันออก(ฝั่งที่ออกนอกหุบ เห็นเมือง) ซึ่งเราจะดูทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นฝั่งตะวันออก แต่ผมเองก็ไม่ค่อยชำนาญนัก ต้องให้ไกด์แนะนำว่าจุดไหนถ่ายรูปสวย แต่ในความเป็นจริง ถ้าเดินขึ้นมาช้า เจอคนแย่งวิวไปหมด ก็ไม่ต้องเสียใจครับ สามารถเดินเลาะทิวเขาลึกเข้าไปเรื่อยๆได้ สามารถดูได้ตลอดทาง เพียงแต่อาจมีต้นไม้บังบ้างเท่านั้น

วันนั้นถึงแม้ไม่มีทะเลหมอก แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นแสงอาทิตย์ขึ้นจากริมขอบฟ้า ค่อยๆทอดตัวมาทักทายเราจนเต็มดวง ทุกสายตาและกล้อง ต่างไม่ลดละที่จะรีบบันทึกภาพไว้ ณ ตอนนั้นนายแบบนางแบบต่างชุนมุลกันมากเพื่อจะรีบเข้ากล้อง ได้มีรูปตัวเองสักสามสี่รูปก็ยังดี จนผมเองล่ะเสียวแทนเลย เพราะหินคมและลื่น กลัวจะพลาดกัน แต่นึกอีกทีก็ตลกดี คือทุกคนเรียกว่า “เป็นงาน” ครับ ทั้งตากล้องและแบบ ฮ่าๆ

2015-11-13 031ทะเลหมอกยามเช้าที่กิ่วลมเหนือ เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอย

2015-11-07 041หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ผมก็นั่งกินมาม่าหละครับ รอคนอื่นถ่ายต่อ ฮ่าๆ

ดอยกิ่วลมนอกจากไฮไลท์จะอยู่ที่พระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ยังมีดงดอกไม้ที่สวยมากๆ จะเรียกที่นั่นว่าสวนดอกไม้ก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันมีดอกไม้หลากหลายชนิดขึ้นแซมตามโขดหินให้ดูตลอดทาง  งามมาก กอปรกับมันอยู่ท่ามกลางหมอก ที่ทำให้เราต้องลุ้นว่าเดินต่อไปเรื่อยๆจะเจอดอกไม้ชนิดใด  สามารถเดินเลาะดูไปเรื่อยๆจนสุดปลายหน้าผา แต่ช่วงที่ผมมาครั้งนี้ ป่าเพิ่งเปิดสดๆ หญ้ารกมาก ทางเลยไม่ชัด ต้องให้เจ้าหน้าที่นำทาง

ดอยกิ่วลม ถ้าไม่ต้องรีบไปไหนต่อ ผมอยากให้ทุกคนลองใช้เวลาเดินสำรวจบนนั้น เลาะขอบตะวันตกบ้าง ตะวันออกบ้าง รับรอง จะได้รูปดอกไม้และวิวสวยๆอีกเยอะเลยครับ เช้าวันนั้นเราอยู่กันถึงสิบโมง คุ้มค่าสุดๆ

2015-11-07 050

2015-11-07 053

2015-11-07 055

2015-11-07 060

2015-11-07 068

2015-11-07 048

2015-11-13 032

2015-11-13 033
บนกิ่วลม เต็มไปด้วยหมอกและดอกไม้

cats
สุดทายของกิ่วลมเหนือ

2015-11-07 105
นี่มันเหมือนผาสองฤดูเลยนะ

2015-11-07 094
ให้ลูกหาบแบกข้าวเช้ามากินข้างบนกิ่วลมกันเลย

อ่อ ผมลืมบอกครับ กิ่วลมจะมี กิ่วลมเหนือ และ กิ่วลมใต้ ที่ที่นิยมไปกันและที่ผมเขียนมาทั้งหมดจะเรียกว่ากิ่วลมเหนือ ส่วนกิ่วลมใต้หินค่อนข้างคม ทางเดินแคบและอันตราย ดังนั้นไกด์มักจะไม่พาไป แต่หากใครอยากลองเดินเล่น ก็สามารถไปได้ครับ แค่ระมัดระวังมากกว่าปกติหน่อย

วันที่สองเป็นวันที่เราได้พักผ่อนเต็มที่ หลังจากลงจากดอยกิ่วลม เราจะมีเวลาว่างพอที่จะนอนหลับ เดินสำรวจ นั่งคุย หรือฟิตๆหน่อยจะวิ่งเทรลไปกลับปางวัวอีกสักรอบก็ไม่ว่ากัน (ฮ่าๆ)

พอถึงบ่ายสาม พวกเราเดินขึ้นยอดดอยหลวงเชียงดาวอีกรอบ เพื่อไปจับจองพื้นที่ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินเช่นเดิม วันนี้มีเวลามากพอที่จะเดินให้ทั่วยอดดอย ถ่ายรูปเล่นกับฉากหลังที่เป็นทิวเขาสุดสายตา หรือจะนั่งมองหากวางป่าที่เขาพีระมิดฝั่งตรงข้ามก็ได้

บนยอดดอยหลวงไม่มีต้นไม้ให้หลบแดดนะ ถ้ารีบไปแต่บ่าย ควรพกหมวก พกร่มไปด้วย

2015-11-07 123
ก่อนถึงยอดดอย เป็นหินแหลมคม ระวังด้วยนะครับ

2015-11-07 133
กุหลาบพันปี บนยอดดอยหลวงเชียงดาว

2015-11-07 134
เมื่อเดินมาจนสุดทางบนยอดดอยหลวงเชียงดาว จะเห็นวิวสวยๆแบบนี้

2015-11-07 139

2015-11-13 082

2015-11-13 063

2015-11-07 142ทุกคนรอแสงอาทิตย์ตกที่ยอดดอยหลวง

เย็นวันนี้ฟ้าใสไม่มีเมฆ เราได้เห็นวิวของเทือกเขาเชียงดาวตัดกับแสงอาทิตย์เหลืองอร่าม มันค่อยๆดับลงไปตามกาลเวลา เราอยู่บนนั้นเกือบสองทุ่มเพื่อถ่ายทางช้างเผือก ซึ่งท้องฟ้าเป็นใจที่สุด ใสและมืด  ทำให้เห็นดาวเยอะมากๆ และได้เห็นทางช้างเผือกตามที่ตั้งใจไว้

22922777015_18b2cc2da7_k
บนยอดดอยหลวงเชียงดาว จะเห็นยอดดอยอินทนนย์ไกลลิบๆ

22909339872_c14eed85f7_k
ทุกอย่างกำลังจะมืดลง

22530605299_d95878a0f7_k

22530502589_a7afa99796_k
วันนี้ฟ้าใส ก็สวยไปอีกแบบ แต่ไม่เห็นลำแสง เหมือนวันแรก

22504292387_c4dea07f63_kเกือบได้เห็นไข่แดง บนยอดดอย

ขาลงจากยอดดอยหลวงเชียวดาวในเวลากลางคืน ค่อนข้างอันตราย หินแหลม และบางจุดก็ลื่น (น้ำค้างโชลมพื้น) ถ้ามีไฟฉายคาดหัวไว้จะดีมากครับ พกถุงมือไปใส่ด้วยก็ได้ เผื่อจับต้นไม้ จับหิน

2015-11-13 078

คืนวันที่สองมีเวลาเต็มที่ เพราะไม่ต้องตื่นเช้า ส่วนมากจะนั่งคุย กิน ดื่ม กันเต็มที่

เช้าวันสุดท้าย พวกเราเดินทางกลับไปทางเดิมคือปางวัว ขาขึ้นว่าลื่นแล้ว ขาลงลื่นกว่าหลายเท่า กอปรกับทางแคบๆ ต้องเดินระวังมากพอสมควร หากมีไม้เท้าก็ใช้สองไม้เลย หรือถ้ามีถุงมือจะจับหญ้า คว้าต้นไม้ ไถลตูด ก็ตามสะดวก แต่ถ้าเราไปช่วงหน้าหนาว ดินก็อาจจะแห้งและเดินง่ายกว่า

ปลายทาง เจ้าหน้าที่เตรียม “ข้าวขาหมูเชียงดาว” ไว้ให้กินด้วย เห็นเขาบอกว่าเป็นสุดยอดเมนูอาหารของท้องถิ่นเลยครับ กินมาสองปี รสชาติอร่อยเหมือนเดิม ไม่ผิดหวัง ไปแล้วอย่าพลาดเชียวนะ!

2015-11-08 018ข้าวขาหมูเชียงดาว อร่อยยยย

ก่อนกลับ หัวหน้าทริปเราใจดี พาอาบน้ำพุร้อนด้วย เลยไม่ต้องทนหนาวอาบน้ำเย็นที่อุทยานฯ  ซึ่งผมเองก็เพิ่งรู้ว่าแถวนั้นมีบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่งไว้ให้บริการ ซึ่งที่ที่ผมไป สนนราคาค่าบริการที่ชั่วโมงละ 50 บาท เช่ากางเกงอีก 1 ตัว 20 บาท ก็โดดลงได้เลย (แต่คณะผม หัวหน้าทริปเขาเหมาไว้ให้อาบกันฟรีๆ ป๋าป่ะล่ะ ^^/)

หลังจากเดินป่าและไม่ได้อาบน้ำมาสามวัน ได้แช่เท้า แช่ตัวในน้ำร้อน มันโครตจะฟินเลยครับ

2015-11-08 019

2015-11-08 025

2015-11-08 031ภาพสุดท้ายบนรถตู้… แล้วเจอกันใหม่นะเชียงดาว บายๆ

บทสรุป

สำหรับเชียงดาวครั้งที่สองของผม ยังคงงดงาม สดชื่น และประทับใจอยู่เหมือนเดิม จะให้ไปเป็นครั้งที่สามก็ยินดี ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ดูแค่ภาพในบล็อกผมหรือจากบล็อกอื่นๆ ก็คิดว่าทุกคนคงเห็นด้วยเช่นกัน และหากใครเพิ่งเริ่มเดินป่า ที่นี่ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 ภูกระดึงเดี๋ยวก็ถึง

ความสวย: 10/10
ความสนุก: 10/10
ความยาก: กลาง
แหล่งเติมน้ำ: ไม่มี

ระยะทาง: ปางวัว 7 กิโลเมตร, เด่นหญ้าขัด 8.5 กิโลเมตร (ถึงจุดกางเต๊นท์), 400 เมตร (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดดอยหลวง), 2 กิโลเมตร (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดกิ่วลม)

ระยะเวลาขาขึ้น: ประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ถึงจุดกางเต๊นท์), 20-30 นาที (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดดอยหลวง), 1 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์ไปยอดดอยกิ่วลม)
ระยะเวลาขาลง: ประมาณ 2 ชั่วโมง (จากจุดกางเต๊นท์)

ความสูงยอดดอย: 2,225 เมตร (สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย)

ข้อมูลอื่นๆ

  • จำกัดคนขึ้นวันละ 150 คน ต่อวัน ต้องรีบจอง หรือรีบหาทัวร์ลง ถึงไม่ยากเท่าโมโกจูหรือช้างเผือก แต่ถ้าช้าก็อดไปช่วงเวลาดีๆนะครับ
  • ป่าเปิด 1 พฤศจิกายน ของทุกปี
  • ส้วมโอเคครับ เป็นส้วมหลุมมีที่ปิดดี และมีตาข่ายล้อม

2015-11-08 003

2015-11-08 002

สำหรับสาวๆ ที่เชียงดาวห้องน้ำดีครับ

ที่มา – MyIfew : เชียงดาว.. โทษ(ส)ถานที่รู้จักกัน..

Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.